|
ผู้เข้าร่วมสัมมนามีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของการเบิกจ่ายงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณ ปรับปรุง และติดตามค่า K (ดัชนีปรับราคาค่างานก่อสร้าง) ให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการ และสามารถเบิกจ่ายเงินชดเชยได้อย่างถูกต้อง รวดเร็วแบบ Fast-Track และเป็นธรรมในรอบปีงบกำไรขาดทุน และงบดุลเป็นไปตามหลักการลงบัญชี
วัตถุประสงค์
๒.๑. เพื่อกำหนดกรอบแนวทางในการบริหารจัดการโครงการก่อสร้างภาครัฐให้เป็นไปตามหลักการบัญชีภาครัฐ ระเบียบปฏิบัติ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องในฐานปีปัจจุบันและที่จะประกาศเปลี่ยนแปลงในปี 2569 ในฐานข้อมูลล่าสุดของกรมบัญชีกลางอย่างเคร่งครัด โปร่งใส และตรวจสอบได้
๒.๒. เพื่อพัฒนาระบบและเทคนิคการวิเคราะห์ต้นทุน (Cost Analysis) และการประมาณราคา (Cost Estimation) ที่มีประสิทธิภาพ ลดความคลาดเคลื่อน และเพิ่มความแม่นยำในการวางแผนงบประมาณภายในองค์กรธุรกิจและในสายช่างขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น
๒.๓. เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณ ปรับปรุง และติดตามค่า K (ดัชนีปรับราคาค่างานก่อสร้าง) ให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการ และสามารถเบิกจ่ายเงินชดเชยได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นธรรมในรอบปีงบกำไรขาดทุน และงบดุลเป็นไปตามหลักการลงบัญชี
๒.๔. เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินโครงการด้วยเทคนิคการก่อสร้างแบบเร่งรัด (Fast-Track Construction) โดยมุ่งลดระยะเวลาดำเนินงาน เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร และยังคงรักษามาตรฐานคุณภาพของงานในการพัฒนาระบบการวางแผนและบริหารความเสี่ยง (Risk Management) ที่สอดคล้องกับการดำเนินงานแบบ Fast-Track ลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อระยะเวลา ต้นทุน และคุณภาพของโครงการ
๒.๕. เพื่อส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือสมัยใหม่ในการบริหารโครงการ เช่น ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการโครงการ (Project Management Information System: PMIS) และรวมถึงการจัดหน่วยงานด้านบริหารการเงินสำหรับโครงการก่อสร้าง โดยเฉพาะ Chief Financial Officer เพื่อให้ทราบบทบาท รวมถึงการใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลในโลกบริหารการเงินสมัยใหม่สำหรับงานก่อสร้าง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจ
๒.๖. เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริหารสัญญา การตรวจรับงาน และการเบิกจ่ายงบประมาณ ให้เป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และลดข้อพิพาทที่อาจเกิดขึ้นระหว่างหน่วยงานของรัฐและผู้รับจ้าง
|