คนละครึ่ง พลัส กับการคำนวณภาษีของร้านค้า
โดย
 |
| |
คนละครึ่ง พลัส กับการคำนวณภาษีของร้านค้า
|
“เงินสนับสนุนของรัฐบาลตามโครงการฯ ร้านค้าหรือประชาชนต้องนำมาคำนวณภาษีหรือไม่” ... คำถามนี้น่าจะเป็นคำถามของร้านค้าและประชาชนซึ่งได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลตามโครงการฯ ซึ่งอยากทราบทุกครั้งที่มีโครงการคนละครึ่ง ในเบื้องต้นเราต้องเข้าใจก่อนว่า เมื่อทุกท่านได้เงินหรือประโยชน์อื่นใดโดยไม่มีกฎหมายยกเว้นภาษีให้ ทุกท่านต้องนำเงินหรือประโยชน์ต่าง ๆ ซึ่งได้รับมาทั้งหมดมายื่นแบบฯ และจ่ายภาษี ถ้ามี ให้กรมสรรพากร เพื่อรัฐบาลจะได้นำเงินภาษีนั้นไปใช้เพื่อพัฒนาประเทศต่อไป สำหรับโครงการคนละครึ่ง พลัส มีข้อพิจารณาดังนี้ กรณีร้านค้าเข้าร่วมโครงการ ร้านค้าต่าง ๆ ซึ่งผ่านการพิจารณาให้เข้าร่วมโครงการฯ และได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลร้อยละ 50 รวมทั้งได้รับเงินจากการซื้อสินค้าหรือรับบริการจากประชาชนร้อยละ 50 ตลอดโครงการฯ ร้านค้าจึงต้องนำรายได้ทั้ง 2 ส่วน รวมทั้งรายได้จากการประกอบกิจการอื่น ๆ ทั้งหมด ถ้ามี ไปรวมคำนวณเพื่อยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลให้กรมสรรพากร รายได้จากการประกอบกิจการซึ่งร้านค้าในโครงการฯ ได้รับถือเป็นเงินได้จากธุรกิจ การพาณิชย์ ฯลฯ ตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร หากเจ้าของร้านค้ามีฐานะเป็น “บุคคลธรรมดา” ร้านค้ามีหน้าที่ต้องนำรายได้ที่ได้รับไปยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามเกณฑ์เงินสดดังนี้ 1. ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ร้านค้าต้องนำรายได้ที่ได้รับตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคมของปีภาษีที่ผ่านมา ไปคำนวณภาษีตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด และยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ระหว่างวันที่ 1 มกราคมถึงวันที่ 31 มีนาคมของปีถัดไป กรณียื่นแบบฯ ในรูปกระดาษ หรือภายในวันที่ 8 เมษายนของปีถัดไป กรณียื่นแบบฯ ออนไลน์ เช่น นาย ก. ประกอบกิจการขายอาหาร ณ ตลาดนัดแห่งหนึ่งตั้งแต่เดือนมกราคม 2568 โดยไม่มีรายได้อื่นใด นาย ก. ได้เข้าโครงการคนละครึ่ง พลัส ด้วย นาย ก. มีหน้าที่ต้องนำเงินได้จากการขายอาหารมาคำนวณภาษีเงินได้ดังนี้ 1. ขายอาหารตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนกันยายน 2568 จำนวน 200,000 บาท 2. ขายอาหารตามโครงการคนละครึ่ง พลัส ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม 2568 จำนวน 300,000 บาท นาย ก. ต้องนำเงินได้ทั้งหมดที่ได้รับในปี 2568 จำนวน 500,000 บาท มาถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร โดยต้องนำมาคำนวณเพื่อยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 และชำระภาษีให้กับกรมสรรพากร ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาหรือผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากรที่ www.rd.go.th หรือผ่านแอปพลิเคชัน RD Smart Tax ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 กรณียื่นแบบฯ ในรูปกระดาษ หรือภายในวันที่ 8 เมษายน 2569 กรณียื่นแบบฯ ออนไลน์
2. ยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 กรณีร้านค้าซึ่งได้รับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึงวันที่ 30 มิถุนายนของแต่ละปี เกิน 60,000 บาท กรณีโสด หรือเกิน 120,000 บาท กรณีสมรส ร้านค้ามีหน้าที่ต้องนำเงินได้ที่ได้รับนั้นไปยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 ภายในวันที่ 1 กรกฎาคมถึงวันที่ 30 กันยายนของทุกปี กรณียื่นแบบฯ ในรูปกระดาษ โดยขยายเวลาการยื่นแบบฯ ออกไปอีก 8 วัน กรณียื่นแบบฯ ออนไลน์ 1 โดยภาษีซึ่งได้จ่ายตามแบบ ภ.ง.ด.94 สามารถนำไปคำนวณออกจากจำนวนภาษีที่ต้องจ่ายตามแบบ ภ.ง.ด.90 ได้ด้วย ทำให้ร้านค้าต่าง ๆ บรรเทาภาระการจ่ายภาษีจำนวนมากครั้งเดียว ดังนั้นกรณีตามตัวอย่าง นาย ก. ต้องนำเงินที่รับได้จากการขายอาหารตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายน 2568 มาคำนวณภาษีและยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 โดยใช้วิธีการคำนวณ (เงินได้พึงประเมิน - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ x อัตราภาษี = ภาษี) ซึ่งนาย ก. สามารถนำภาษีที่ชำระไปแล้วนี้ไปคำนวณออกจากจำนวนภาษีที่ต้องชำระตามแบบ ภ.ง.ด.90 ได้ด้วย จึงทำให้นาย ก. ชำระภาษีตามแบบ ภ.ง.ด.90 น้อยลง 2
[1] บุคคลที่มีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.ง.ด.94 จำกัดเฉพาะกรณีการได้รับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (5) - (8) เท่านั้น [2] บทความ “เคาะปัญหาการยื่นแบบ ภ.ง.ด.94” วารสารเอกสารภาษีอากรเดือนกรกฎาคม 2562 และเดือนสิงหาคม 2562
|
จากบทความเรื่อง คนละครึ่ง พลัส กับภาษีเงินได้ Section: Tax Talk / Column: Tax How to/ อ่านบทความฉบับสมบูรณ์ได้ที่...วารสารเอกสารภาษีอากร ปีที่ 45 ฉบับที่ 531 เดือนธันวาคม 2568 หรือสมัครสมาชิก “วารสารเอกสารภาษีอากร” เพื่อรับสิทธิอ่านและสืบค้นบทความ ผ่านระบบ e- Magazine Index
|
|
| |
| |
|
|

|