อะไรทำให้ Gen Z ไม่แฮปปี้ในที่ทำงานไทย
โดย
 |
| |
อะไรทำให้ Gen Z ไม่แฮปปี้ในที่ทำงานไทย
|
เป็นคำถามสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้บริหารและทีม HR ในวันนี้ เพราะหลายองค์กรเริ่มเห็นสัญญาณร่วมกันว่า คนรุ่นใหม่เข้ามาแล้ว “อยู่ไม่นาน” ขาดความผูกพันกับองค์กร หรือดูเหมือนไม่อินกับงานเท่าที่ควร การจะหาทางแก้ไขได้อย่างตรงจุด จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการมองให้ลึกกว่าปรากฏการณ์ภายนอก และทำความเข้าใจ “ประสบการณ์การทำงาน” ที่ Gen Z เผชิญในองค์กรไทยอย่างแท้จริง ปัจจัยที่ทำให้ Gen Z ไม่แฮปปีในการทำงาน คือ 1.วัฒนธรรมองค์กรแบบลำดับชั้นชัดเจน ที่ยังพบได้มากในที่ทำงานไทย โดยเฉพาะในภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ บรรยากาศที่ “ผู้ใหญ่ถูกเสมอ” หรือ “หัวหน้าพูดแล้วต้องจบ” ทำให้คนรุ่นใหม่รู้สึกว่าตนเองไม่มีเสียง ไม่สามารถตั้งคำถาม หรือเสนอความคิดเห็นได้อย่างปลอดภัย ทั้งที่ Mindset ของ Gen Z เติบโตมาพร้อมโลกออนไลน์ที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นได้เท่าเทียม เมื่อเข้าสู่ระบบงานที่มีกำแพงระหว่างระดับชั้นสูงเกินไป จึงไม่แปลกที่พวกเขาจะรู้สึกอึดอัด และมองว่าองค์กรไม่เคารพตัวตนหรือมุมมองของคนรุ่นใหม่ 2. การมีกฎระเบียบ และขั้นตอนที่เคร่งครัดมาก แต่ขาดการอธิบาย “เหตุผล” รองรับ หลายองค์กรมีคำว่า “ทำแบบนี้เพราะทำกันมาอย่างนี้นานแล้ว” เป็นมาตรฐาน ซึ่งอาจเพียงพอสำหรับคนรุ่นก่อน แต่สำหรับ Gen Z ที่เคยชินกับการตั้งคำถามและการเปรียบเทียบตัวเลือก พวกเขาต้องการเข้าใจว่า กติกาแต่ละข้อมีไว้เพื่ออะไร ช่วยให้งานดีขึ้นอย่างไร และมีพื้นที่ให้ปรับปรุงหรือไม่ เมื่อคำถามเหล่านี้ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน บ่อยครั้งจะถูกแปลเป็นความรู้สึกว่า “ระบบไม่ยืดหยุ่น” หรือ “องค์กรไม่เปิดใจ” ทำให้แรงจูงใจในการมีส่วนร่วมลดลงตามไปด้วย 3. ความไม่ชัดเจนของงานและเส้นทางความเติบโต หลายครั้ง Gen Z ได้รับมอบหมายงานแบบกว้างๆ ไม่มีเป้าหมายหรือผลลัพธ์ที่ชัดเจน ไม่ทราบว่างานที่ทำเชื่อมโยงกับภาพใหญ่ขององค์กรอย่างไร เมื่อทำไปสักระยะหนึ่งจึงรู้สึกว่า “ทำไปวันๆ” มากกว่าจะรู้สึกว่าตนเองมีส่วนร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ ในหลายองค์กรเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพยังไม่โปร่งใส หรือถูกผูกติดกับอายุงานมากกว่าศักยภาพและผลงาน สิ่งเหล่านี้ขัดกับความคาดหวังของ Gen Z ที่ต้องการเห็นความเป็นไปได้ในอนาคตของตนเองอย่างชัดเจน และต้องการเติบโตบนฐานของความสามารถจริง 4. การบริหารคนของหัวหน้า เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อความแฮปปีของ Gen Z หัวหน้าที่ใช้สไตล์การสั่งการ ควบคุม และตำหนิโดยไม่อธิบายที่มาที่ไป หรือให้ Feedback เฉพาะเวลางานผิดพลาด แต่ไม่ให้การยอมรับเมื่อทำได้ดี ทำให้ Gen Z รู้สึกว่าตนเองไม่ถูกมองเห็น ไม่ได้รับการพัฒนา และไม่มีความหมายในสายตาองค์กร ในทางกลับกัน Gen Z ต้องการหัวหน้าที่ทำหน้าที่คล้าย “โค้ช” คือ ถาม ฟัง อธิบายเหตุผล ร่วมกันตั้งเป้าหมาย และสะท้อนผลการทำงานอย่างสม่ำเสมอ เมื่อระบบการบริหารคนยังยึดติดกับแนวคิด “ลูกน้องต้องเดาใจเจ้านายให้ถูก” คนรุ่นใหม่จึงรู้สึกเหนื่อยและไม่มั่นใจว่าตนเองอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้อง 5. สภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่สนับสนุนความยืดหยุ่น เป็นอีกจุดที่ทำให้ Gen Z ไม่แฮปปี ในโลกที่เทคโนโลยีทำให้การทำงานจากที่ไหนก็ได้เป็นเรื่องปกติ การยึดติดกับเวลาทำงานและสถานที่ 100% โดยไม่คำนึงถึงลักษณะงาน อาจทำให้คนรุ่นใหม่รู้สึกว่าถูกวัดคุณค่าจาก “การนั่งอยู่ที่โต๊ะ” มากกว่าคุณภาพของผลงาน ทั้งที่ Gen Z จำนวนมากให้ความสำคัญกับการจัดการชีวิต การดูแลสุขภาพกายและใจ และการมีอิสระในระดับที่เหมาะสมในการบริหารเวลา หากองค์กรไม่สามารถปรับสมดุลระหว่างวินัยกับความยืดหยุ่นได้อย่างเหมาะสม ก็อาจสูญเสียคนรุ่นใหม่ให้กับที่ทำงานอื่นที่ตอบโจทย์กว่า 6. ความปลอดภัยทางจิตใจในที่ทำงานไทย บรรยากาศที่คนไม่กล้าพูดความจริง กลัวถูกตำหนิในที่สาธารณะ หรือถูกมองว่า “ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง” เมื่อตั้งคำถามหรือเสนอความเห็นต่าง ทำให้ Gen Z ซึ่งให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรีและการเคารพซึ่งกันและกัน รู้สึกไม่มั่นคงทางอารมณ์ การต้อง “ระวังตัว” อยู่ตลอดเวลา ทำให้พลังสร้างสรรค์หดหาย และทำให้ความผูกพันกับองค์กรลดลงอย่างรวดเร็ว
|
บางส่วนจากบทความ : ทำงานกับ Gen Z อย่างไร ให้ทั้งเขาแฮปปี องค์กรก็แฮปปี โดย : ดร.อาภรณ์ ภู่วิทยพันธุ์ / Section : HRM/HRD / Column : Performance Management อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่...วารสาร HR Society ปีที่ 24 ฉบับที่ 278 เดือนกุมภาพันธ์ 2569
|
|
| |
| |
|
|

|