นักลงทุนอ่านงบการเงิน “ต่าง” จากนักบัญชีอย่างไร

โดย

 


 
นักลงทุนอ่านงบการเงิน “ต่าง” จากนักบัญชีอย่างไร


     
เมื่อคำถามเริ่มต้นไม่เหมือนกัน คำตอบที่ได้รับจึงต่างกัน !
     ความเข้าใจที่พบได้ในองค์กรขนาดใหญ่เป็นประจำคือ ผู้บริหารทุกคนเชื่อว่า “ถ้างบการเงินถูกต้องและผ่านการตรวจสอบแล้ว นักลงทุนก็น่าจะเข้าใจและเชื่อมั่นในองค์กร”
     ซึ่งในความเป็นจริง การที่งบการเงิน “ถูกต้องตามมาตรฐานรายงานทางการเงิน” นั้นเป็นเพียงเงื่อนไขขั้นต่ำที่ต้องมีอยู่แล้วเป็นปกติ ไม่ใช่เงื่อนไขเพียงพอสำหรับการสร้างความเชื่อมั่นจากนักลงทุน
     นักบัญชีกับนักลงทุนอ่านงบการเงินโดยมี “จุดเริ่มต้นของคำถาม” ต่างกัน นักบัญชีมุ่งพิจารณาความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นไปตามมาตรฐานทางบัญชี ขณะที่นักลงทุนตั้งคำถามถึงศักยภาพการเติบโต ความสามารถในการทำกำไร และความเสี่ยงในอนาคต เมื่อคำถามตั้งต้นไม่เหมือนกัน คำตอบที่แต่ละฝ่ายมองเห็นจากงบการเงินจึงแตกต่างกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
     มุมมองของนักบัญชี : มองเรื่องความถูกต้องและการปฏิบัติตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินเป็นหลัก
     เนื่องจากบทบาทของนักบัญชี คือ การทำให้มั่นใจว่าตัวเลขถูกต้อง ครบถ้วน การรับรู้รายได้ ค่าใช้จ่าย และสินทรัพย์เป็นไปตามมาตรฐาน งบการเงินสะท้อนสถานะทางการเงิน ณ วันที่รายงานอย่างถูกต้อง ส่วนประกอบเหล่านี้คือรากฐานที่สำคัญของระบบเศรษฐกิจและเป็นหน้าที่ที่ขาดไม่ได้
     ในมุมมองของนักลงทุน : มองเรื่องคุณภาพของธุรกิจและการตัดสินใจ
     นักลงทุนไม่ได้ลงทุนใน “งบการเงิน” แต่นักลงทุนลงทุนในธุรกิจและทีมผู้บริหาร ดังนั้นคำถามที่นักลงทุนใช้ในการอ่านงบการเงินจึงเป็นคำถามเชิงธุรกิจและเชิงกลยุทธ์ ได้แก่
     • ธุรกิจนี้มีคุณภาพแค่ไหน
     • โมเดลรายได้ธุรกิจนี้มีความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจมากน้อยขนาดไหน
     • กำไรที่เกิดขึ้นสามารถเกิดซ้ำได้หรือไม่
     • กระแสเงินสดสามารถรองรับการเติบโตในอนาคตเพียงพอไหม
     • ผู้บริหารเข้าใจความเสี่ยงและบริหารความเสี่ยงได้อย่างเป็นระบบมากน้อยเพียงใด
     ดังนั้นตัวเลขที่รายงานในงบการเงินจึงไม่ได้ถูกใช้เป็น “คำตอบ” ให้นักลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่ถูกใช้เป็นหลักฐานประกอบเพื่อพิสูจน์สมมติฐานที่นักลงทุนตั้งขึ้นมาประกอบการตัดสินใจในการลงทุนแต่ละกิจการ
     นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่ได้เริ่มต้นอ่านข้อมูลจากรายงานงบกำไรขาดทุนของกิจการ
นักลงทุนเริ่มจากอ่านและศึกษาข้อมูลของแต่ละกิจการจากเรื่องราวของธุรกิจ ทิศทางการเติบโตของอุตสาหกรรม ตลอดจนกลยุทธ์ที่ผู้บริหารสื่อสารข้อมูลกิจการไปยังสื่อต่าง ๆ หลังจากศึกษาข้อมูลที่กล่าวมาแล้วเบื้องต้น นักลงทุนจึงเข้ามาดูตัวเลขรายงานทางการเงินว่ามีความสอดคล้องกับเรื่องราวเหล่านั้นหรือไม่
     หากผู้บริหารบริษัทฯ สื่อสารว่า “มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน” แต่ข้อมูลในรายงานงบการเงินสะท้อนว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบ เงินลงทุนถูกตัดทอนในส่วนพัฒนาบุคลากรหรือการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน หนี้สินระยะสั้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นักลงทุนจะตั้งคำถามหรือตั้งข้อสงสัยภายในใจทันที แม้ว่างบกำไรขาดทุนจะรายงานออกมาว่า “มีกำไรสุทธิ” ซึ่งจะเป็นตัวเลขข้อมูลที่ดูดีในระยะสั้นทันทีในความเข้าใจของนักลงทุน
     ดังนั้นงบการเงินในสายตานักลงทุน คือ กระจกสะท้อนวิธีการคิดของผู้บริหาร นักลงทุนอ่านข้อมูลงบการเงินเพื่อประเมิน “วิธีการคิด” ของผู้บริหาร ไม่ได้เป็นเพียงผลลัพธ์ทางตัวเลข แต่มองถึง....
     * การตัดสินใจเรื่องราคา
     * โครงสร้างต้นทุน
     * การลงทุน
     * การบริหารเงินสด
     * การบริหารความเสี่ยง
     ทั้งหมดนี้จะถูกบันทึกข้อมูลอยู่ในงบการเงินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ งบการเงินจึงเปรียบเสมือนเป็น “บันทึกข้อมูลการตัดสินใจของผู้บริหาร” ที่ผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาดทุนสามารถเปิดอ่านย้อนหลังได้เป็นประจำทุกๆ ไตรมาสและทุก ๆ ปี


จากบทความ “Financial Reporting จากงบการเงินสู่เครื่องมือเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหาร”
Section: Cover Story/ Column: Cover Story อ่านบทความฉบับสมบูรณ์ได้ที่
วารสารเอกสารภาษีอากร ปีที่ 45 ฉบับที่ 534 เดือนมีนาคม 2569 หรือสมัครสมาชิก “วารสารเอกสารภาษีอากร”
เพื่อรับสิทธิอ่านและสืบค้นบทความ ผ่านระบบ e- Magazine Index

 
 


FaLang translation system by Faboba